กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๒๑๕

Border Pratol Police Company 215

ตชด.พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

                                                 ตชด.กับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ๒๕๕๘
            สมาคมประชาชาติแห่งอาเซียนตะวันออกเฉียงใต้( Association of South East Nations ) หรืออาเซียนเป็นองค์กรทางภิภาคตะวันออกเฉียงใต้ มีประเทศสมาชิกทั้งหมด ๑๐ ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า อาเซียนมีพื้นที่ราว ๔ , ๔๓๕ , ๕๗๐ ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ ๖๐๐ ล้านคน ในปีพ . ศ . ๒๕๕๓ มีผลิตภัณฑ์ ( GDP ) ของประเทศสมาชิกรวมกันคิดเป็นมูลค่าราว ๑ . ๘ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นลำดับที่ ๙ ของโลกในปัจจุบัน อาเซียนได้มีการพัฒนามาเป็นลำดับ ซึ่งประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับในเวทีประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งในเรื่องของบทบาทการสร้างบรรยากาศสันติภาพและการอยู่ร่วมกันโดยสันติ การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน รวมถึงการร่วมกันแก้ไขปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ร่วมกัน อาทิ การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้ภายในประเทศสมาชิก
            เมื่อมีการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน พื้นที่ชายแดนจะมีความสำคัญทั้งในมิติทางการค้าและการดูแลด้านความมั่นคง ตำรวจตระเวนชายแดนเป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่ทำงานรับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ชายแดนมาอย่างต่อเนื่องในด้านความมั่นคง โดยมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุข การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน การอำนวยความเป็นธรรมของสังคม ในพื้นที่ชายแดน จึงมีส่วนสำคัญในการดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวกับความมั่นคงอันเป็นผลที่ จะตามมาจากการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน และเป็นกลไกขับเคลื่อนในการดำเนินงานทั้งสามเสาหลักได้ ทั้งนี้เพราะตำรวจตระเวนชายแดน ทำงานอยู่ในพื้นที่ชายแดนมาเป็นเวลานาน ทั้งในภารกิจตามแผนป้องกันประเทศ ภารกิจในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงภารกิจด้านงานกิจการพลเรือนในพื้นที่ชายแดน ที่ต้องสร้างเสริมความมั่นคงในหมู่บ้านตามแนวชายแดน มากว่า ๖๐ ปี มีการจัดหน่วยปฎิบัติไว้รอบแนวชายแดนทั่วประเทศ โดยออกแบบโครงสร้างให้ ตชด.สามารถปฎิบัติภารกิจได้ดังนี้

                                    “ เป็นตำรวจที่ทำหน้าที่ทหารได้เป็นกองกำลังกึ่งทหาร (Paramilitary Force)”

                                                     - ป้องกันชายแดน(อย่างทหาร)
                                                     - ปราบปรามอาชญากรรมริมแนวชายแดน(อย่างตำรวจ)
                                                     - ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ความมั่นคง(อย่างพลเรือน)
                                                                      อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
            หน้าที่ตามพรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ . ศ . 2552
ถวายความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของบุคคลสำคัญ ประชาชนและความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดน
ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
                                                                               วิสัยทัศน์
         “ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นหน่วยงานหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีความเชี่ยวชาญในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาความมั่นคงของรัฐในพื้นที่ชายแดน ”
                                                                               พันธกิจ
ถวายความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และ พระราชอาคันตุกะและถวายความปลอดภัยด้านอัคคีภัย ในเขตพระราชฐาน และที่ประทับอย่างมีประสิทธิภาพและสมพระเกียรติ
เฝ้าตรวจชายแดน รักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สิน ของประชาชน ชุมชนในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ที่มีปัญหาด้านความมั่นคง พัฒนาและช่วยเหลือประชาชนเพื่อความมั่นคงของชาติ สนองงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ท้องถิ่นหรือชุมชนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติภารกิจของหน่วย พัฒนาองค์กรภายใต้ระบบบริหารจัดการที่ดี

                                                                               ค่านิยม
                                                                      สามารถ สุจริต สากล

                                                                              กิจกรรม
     กิจกรรมหลัก
การเฝ้าระวัง แก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดน และการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ชายแดนเพื่อความมั่นคง
     กิจกรรมรอง
จัดฝึกอบรมเพื่อเตรียมกำลังพลให้มีความพร้อมสำหรับสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ของกิจกรรมหลักให้มีประสิทธิภาพ
     กิจกรรมสนับสนุน
บริหารจัดการ งานฝ่ายอำนวยการ งานฝ่ายสนับสนุน และงานเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ

 

                                                        การจัดตั้งหน่วยเพื่อปฏิบัติหน้าที่ริมแนวชายแดน
ในปัจจุบันกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบในการปฏิบัติภารกิจตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ออกเป็น 4 ภาค ดังนี้
- กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนภาคกลาง
- กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ
- กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนภาคใต้
สำหรับการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองบัญชาการตำรวจ ตระเวนชายแดน ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน(พล.ต.ท. สุทิน เขียวรัตน์) ได้กำหนดเป็นนโยบายและยุทธศาสตร์ของกองบัญชาการฯ ที่จะต้องดำเนินการเพื่อการเตรียมความพร้อมต่อการเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ ไว้ในยุทธศาสตร์ข้อที่ ๓.๓ ในหัวข้อ         “การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี พ.ศ.๒๕๕๘" โดยเฉพาะการเตรียมดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการด้านการต่างประเทศ ตามโครงสร้างของหน่วยที่จะเสนอต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมุ่งเน้นการดำเนินการตามโครงการเชิงยุทธศาสตร์ของ บช.ตชด.ตามแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในประเด็นยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมกำลังพลในการปฏิบัติงานและการพัฒนากระบวนการทำ งานในรูปแบบใหม่ที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องมี การดำเนินการให้เป็นรูปธรรม” และขณะนี้ได้มีการเตรียมการบางส่วนแล้ว โดยได้มีการประชุมหารือระหว่างส่วนราชการของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีการแบ่งเนื้อหาและขอบเขตการปฏิบัติงานอาเซียน อาทิ การจัดตั้งคณะทำงาน ( Task Force) เพื่อจัดทำ Blueprint สำหรับกรอบความร่วมมือประชาคมอาเซียน การจัดทำชุดคู่มือความรู้พื้นฐานทั่วไปของอาเซียน รวมทั้งการบรรจุความรู้ตามกรอบความร่วมมือฯ ในการฝึกอบรมของ กองบังคับการฝึกพิเศษ (บก.กฝ.) การจัดรายการให้ความรู้ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภายในและภายนอกหน่วยงานมาให้ความรู้ การจัดทำคำขอตั้งงบประมาณ และกำลังดำเนินการการจัดตั้งกลุ่มงานอาเซียนศึกษาขึ้นเพื่อเป็นฐานข้อมูลและ สร้างองค์ความรู้ให้กับข้าราชการในสังกัด